การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล

การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบกำหนดพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษรวมทั้งสิ้น 10 พื้นที่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกดำเนินการในปี 2558 จำนวน 6 พื้นที่ และระยะที่สองดำเนินการในปี 2559 จำนวน 4 พื้นที่ โดยมีที่ตั้งขอบเขตและจำนวนพื้นที่สรุปได้ดังนี้

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก

ลำดับที่

จังหวัด

พื้นที่

เนื้อที่

1

ตาก

อ.แม่สอด, อ.พบพระ, และ อ.แม่ระมาด (14 ตำบล)

1,419 ตร.กม. (886,847 ไร่)

2

สงขลา

อ.สะเดา (4 ตำบล)

552.3 ตร.กม.

(345,187 ไร่)

3

มุกดาหาร

อ.เมือง, อ.หว้านใหญ่, อ.ดอนตาล (11 ตำบล)

578.5 ตร.กม.

(361,542 ไร่)

4

สระแก้ว

อ.อรัญประเทศ, อ.วัฒนานคร (3 ตำบล)

332 ตร.กม.

(207,500 ไร่)

5

ตราด

อ.คลองใหญ่ (3 ตำบล)

50.2 ตร.กม.

(31,375 ไร่)

6

หนองคาย

อ.เมือง, อ.สระใคร (13 ตำบล)

473.67 ตร.กม.

(296,042 ไร่)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่สอง

7

นราธิวาส

อ.สุไหงโกลก, อ.ตากใบ, อ.แว้ง, อ.ยี่งอ, อ.เมือง (5 ตำบล)

235.17 ตร.กม.

(146,995.62 ไร่)

8

เชียงราย

อ.แม่สาย, อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ (21 ตำบล)

1,526.63 ตร.กม.

(952,266.46 ไร่)

9

นครพนม

อ.เมือง, อ.ท่าอุเทน (13 ตำบล)

794.79 ตร.กม.

(495,743.75 ไร่)

10

กาญจนบุรี

อ.เมือง (2 ตำบล)

260.79 ตร.กม.

(162,993.75 ไร่)

 

ทั้งนี้ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative advantage) และมีศักยภาพ โดยการใช้โครงสร้างพื้นฐานเป็นเครื่องชี้นำในการพัฒนา (Infrastructure Led concept) ควบคู่กับการวางแผนในการพัฒนาอย่างเป็นระบบด้วยการให้สิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 กลยุทธ์การดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย

1) สร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เน้นบริเวณชายแดนสำหรับระยะแรก โดยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

2) สนับสนุน SMEs ไทยและการลงทุนต่อเนื่องของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน

3) จัดระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและสินค้าเกษตรลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน

วิธีดำเนินการ

ปี 2558 กนอ. ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเบื้องต้นโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะแรก 5 พื้นที่ (ตาก สงขลา มุกดาหาร ตราด และสระแก้ว) โดยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมทั้งในมิติกายภาพ (การจัดผังพื้นที่ การออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม) มิติการเงิน (การลงทุน ผลตอบแทน) มิติการจัดการ (รูปแบบการลงทุน การบริหารจัดการ) มิติการตลาด (การสนองตอบต่อนโยบายของภาครัฐและลูกค้า การรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย) เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการให้บรรลุตามยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์ของการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้วิธีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลระดับทุติยภูมิ มีขอบเขตของการศึกษาดังนี้

1) การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

2) การรวบรวม ศึกษา และวิเคราะห์ ข้อมูลนโยบาย แผนและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ สภาพข้อเท็จจริงทุกด้านของศักยภาพ โอกาส ข้อจำกัดทั้งหมดในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

3) การกำหนดประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ

4) การกำหนดขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรม การออกแบบนิคมอุตสาหกรรม ผังการใช้ที่ดิน

5) การวิเคราะห์มูลค่าการลงทุน การศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินและเศรษฐศาสตร์

6) การจัดสัมมนานำเสนอผลการศึกษา เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่สนใจของทั้ง 5 พื้นที่

การขอใช้พื้นที่ : โดยเช่าพื้นที่กับกรมธนารักษ์

ปี 2559 ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ (EIA)  การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการต่อการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ปี 2560 เริ่มพัฒนาโครงการ

ที่ตั้งโครงการ/พื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่ที่ศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก 5 พื้นที่ มีดังนี้

ลำดับที่

เขตพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด

ที่ตั้ง

เนื้อที่(ไร่)

ที่ดินในความครอบครอง

1

ตาก

ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด

862-2-83

กรมธนารักษ์

2

สงขลา

ต.สำนักขาม อ.สะเดา

1,121.53

กรมธนารักษ์

3

มุกดาหาร

ต.คำอาฮวน อ.เมือง

1,084.64

กรมธนารักษ์

4

สระแก้ว

ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ

660.56

กรมธนารักษ์

5

ตราด

ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่

888.68

กรมธนารักษ์

 

 

โครงการเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

1. ความเป็นมา

    1.1  สืบเนื่องจากแผนยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ได้กำหนดให้ภาคอุตสาหกรรมซึ่งประกอบด้วยอุตสาหกรรมเดิมที่เป็นฐานรายได้ของประเทศจำนวน 6 ประเภท และอุตสาหกรรมอนาคตจำนวน 5 ประเภท เป็นภาคการผลิตและบริการที่มีศักยภาพในการแข่งขันเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และตามกรอบความร่วมมือ GMS โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงานที่เน้น 3 Cs(Connectivity Competitiveness and Community) ซึ่งตามกรอบความร่วมมือดังกล่าวมีแนวเศรษฐกิจหลักที่ทอดผ่านประเทศไทย ได้แก่ NSEC EWEC และ SEC ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์แล้ว ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับนโยบายรัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs ในการนี้ กนอ. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการขยายการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว

   1.2  เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 คณะกรรมการ กนอ. มีมติเห็นชอบการกำหนดมาตรการเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าร่วมการพัฒนานิคมอุุตสาหกรรมในการเพิ่มพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรมตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้
เห็นชอบรูปแบบการดำเนินการโดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน
เห็นชอบมาตรการสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าร่วมการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในการเพิ่มพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรมตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้

         1. สนับสนุนการก่อสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (OSS) พื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท

         2. ยกเว้นค่ากำกับบริการ 2 ปี โดยให้ชำระค่ากำกับบริการในปีที่ 5 เป็นต้นไป

         3. กนอ. สนับสนุนในเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

   1.3 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 กนอ.ประกาศเชิญชวนเอกชนเสนอพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 3 ฉบับ ในการจัดตั้งนิคมอุุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ จ.เชียงราย และจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ดินที่ได้รับการคัดเลือก กนอ. จะพิจารณาร่วมดำเนินงานเพื่อจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม โดยผู้ที่ยื่นคำขอจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจะได้รับการสนับสนุนจาก กนอ. เมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศเชิญชวนฯ ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 มีผู้สนใจยื่นเสนอพื้นที่เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 28 โครงการ

   1.4 คณะกรรมการ กนอ. แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมจะจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมพร้อมสรุปรายงานผลการคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์คัดกรองพื้นที่โครงการเบื้องต้นจากจำนวนผู้สนใจที่ยื่นเสนอพื้นที่ฯ เพื่อจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 28 โครงการ มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองพื้นที่โครงการเบื้องต้นจำนวน 13 โครงการ

   1.5 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 คณะกรรมการ กนอ. รับทราบผลการคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมจะจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรับมาตรการสนับสนุนจาก กนอ. จำแนกตามประกาศฯ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เสนอ ดังนี้

  โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามประกาศฯ ที่ 31/2556

       1. จังหวัดอุดรธานี

            - บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด

       2. จังหวัดหนองคาย

            - บริษัท นาคา คลีนพาวเวอร์ จำกัด

            - บริษัท โรยัล เอ็กเปรส ทรานซ์สปอร์ต แอนด์ โลจิสติกส์

      3. จังหวัดนครราชสีมา

            - บริษัท สวนอุตสาหกรรมพลังงาน จำกัด

            - บริษัท โรงแรม โกลเด้น แลนด์ จำกัด (โครงการที่อำเภอโชคชัย)

  โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ ตามประกาศฯ ที่ 30/2556

     1. บริษัท เมืองเงิน ดีเวลล๊อปเม้นท์ จำกัด

     2. บริษัท นานัป จำกัด

  โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม SMEs ตามประกาศฯ ที่ 29/2556

    1. บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (โครงการที่ จ.ระยอง)

    2. บริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ดอินดัสเตรียลเอสเตท (ระยอง) จำกัด (โครงการที่ จ.ระยอง)

    3. บริษัท สวนอุตสาหกรรมพลังงาน จำกัด (โครงการที่ จ.นครพนม)

    4. บริษัท อเมริกัน บิวเดอร์ จำกัด (โครงการที่ จ. ชลบุรี)

    5. บริษัท โรงแรม โกลเด้น แลนด์ จำกัด (โครงการที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา)

    6. บริษัท เอ็นเนอยี่ เอเซีย แปซิฟิค จำกัด (โครงการที่ จ. หนองคาย)

2. ความคืบหน้าโครงการ

   คณะกรรมการ กนอ. มีมติเห็นชอบให้ กนอ. ร่วมดำเนินงานกับเอกชน ในการร่วมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเพิ่มพื้นที่รองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมเพื่อสนองนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ ที่มีศักยภาพตามยุทธศาสตร์ของประเทศในเชิง Area Base และ Cluster Base จำนวน 7 โครงการ ดังนี้

   1. โครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 4 จังหวัดชลบุรี พื้นที่โครงการประมาณ 653 ไร่ ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนมูลค่าประมาณ 22,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 54,000 คน

   2. โครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 5 จังหวัดชลบุรี พื้นที่โครงการประมาณ 1,472 ไร่ ตำบล เขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนมูลค่าประมาณ 52,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 13,000 คน

   3. โครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง พื้นที่โครงการประมาณ 1,232 ไร่ ตำบล พนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ดำเนินงานโดย บริษัท ระยอง 2012 จำกัด คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนประมาณ 43,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 10,000 คน

   4. โครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี พื้นที่โครงการประมาณ 3,160 ไร่ ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนประมาณ 112,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 25,000 คน

   5. โครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 3 จังหวัดชลบุรี พื้นที่โครงการประมาณ 2,202 ไร่ ตำบลหนองเสือช้าง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัส เตรียลเอสเตท จำกัด คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนประมาณ 80,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 18,000 คน

   6. โครงการนิคมอุตสาหกรรมยามาโตะ อินดัสทรีส์ จังหวัดชลบุรี พื้นที่โครงการประมาณ 690 ไร่ ที่ตั้งตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานโดย บริษัท อเมริกัน บิวเดอร์ จำกัด เกิดการลงทุนประมาณ 22,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานประมาณ 5,000 คน อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก

 นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามประกาศฯ ที่ 31/2556  ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่

       1. จังหวัดอุดรธานี : บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด

       2. จังหวัดหนองคาย : บริษัท นาคา คลีนพาวเวอร์ จำกัด

  โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ ตามประกาศฯ ที่ 30/2556

     ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท เมืองเงิน ดีเวลล๊อปเม้นท์ จำกัด

   

โครงการเมืองยาง

ความเป็นมาของโครงการ :     

เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำและขาดเสถียรภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จึงจัดทำโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ขึ้น เพื่อเพิ่มอุปสงค์การใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมขั้นกลางน้ำและปลายน้ำที่สำคัญ ตลอดจน มุ่งเน้นให้เกิดนวัตกรรมเพื่อนำยางพาราไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สำหรับใช้ในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดกลไกผลักดันราคายางในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

รายละเอียดของโครงการ :

โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ตั้งอยู่ในพื้นที่ระยะที่ 2/2 และ 3 ของนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ที่ตั้งอยู่ในตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขนาดพื้นที่ 1,218 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเชิง Cluster สำหรับอุตสาหกรรมยางกลางน้ำและปลายน้ำ อาทิ อุตสาหกรรมนวัตกรรมยาง อุตสาหกรรมจากน้ำยางข้น อุตสาหกรรมยางคอมปาวด์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่ Premium Zone เน้นรองรับอุตสาหกรรมทั่วไปหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยางพาราโดยเป็นอุตสาหกรรมสะอาดที่ไม่มีมลพิษ (Clean Industry) จำนวน 20 แปลง (438 ไร่) และพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยางพาราขั้นกลางและขั้นปลาย จำนวน 77 แปลง (779 ไร่) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง โดยคาดว่านิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) จะสามารถเปิดดำเนินการได้ ภายในปี พ.ศ. 2560

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน :

โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ ที่ไม่เพียงแต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นพื้นที่ผลิตยางพาราหลักของประเทศ โดยมีผลผลิตกว่าร้อยละ 70 ของทั้งประเทศ แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ เพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและการบริโภคในประเทศ อีกทั้ง ในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ยังมีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม การจัดผังพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และการบริหารจัดการที่รองรับอุตสาหกรรมเชิง Cluster สำหรับอุตสาหกรรมยางกลางน้ำและปลายน้ำโดยเฉพาะนักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) จะมีความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจ คุ้มค่าต่อการลงทุน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 เข้าสู่เว็บไซต์ นิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City

โครงการพลาสติกพาร์ค

1. ความเป็นมา

   ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Growth & Competitiveness) เพื่อหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง รัฐบาลกำหนดอุตสาหกรรมอนาคตที่มีศักยภาพ 5 ประเภท ประกอบด้วย อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยา) อุตสาหกรรม Biochemical Products/ Bio-Plastic/ Bio Materials อุตสาหกรรมอากาศยาน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ออกแบบ แฟชั่น อัญมณี โฆษณา สถาปัตยกรรม หุ่นยนต์ OTOP)

2. แนวคิดการดำเนินโครงการ

   2.1 กนอ. ได้กำหนดโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มทางด้านพลาสติก (Plastic Park) เป็นโครงการภายใต้แผนการบริหารงาน กนอ. ของผู้ว่าการ ประจำปีงบประมาณ 2556 โดยมีวัตถุประสงค์โครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้าและการบริการที่มีความเหมาะสมเฉพาะ (Tailor Made) บนพื้นฐานแนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นที่ยอมรับ

   2.2 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556 กนอ. ได้มีการประกาศ กนอ. ที่ 38/2556 เพื่อเชิญชวนภาคเอกชนเสนอพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มทางด้านพลาสติก (Plastic Park) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. พื้นที่โครงการต้องตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เหมาะสมและมีศักยภาพที่จะดำเนินการให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วย กนอ. และพื้นที่ดังกล่าวต้องสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. พื้นที่โครงการต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 500 ไร่ โดยพื้นที่ต้องเป็นผืนเดียวกัน และลักษณะของพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการออกแบบวางผังนิคมอุตสาหกรรมเพื่่อรองรับอุตสาหกรรมด้านพลาสติก
  3. ผู้ยื่นคำขอเสนอพื้นที่เพื่อดำเนินโครงการฯ ต้องเป็นนิติบุคคลไทย และเป็นผู้มีหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่จะดำเนินโครงการ

   2.3 ภายหลังจากกรอบระยะเวลาตามประกาศเชิญชวนฯ ที่ กนอ. กำหนด ยื่นเอกสารภายในวันที่ 30 เมษายน 2556 มีผู้สนใจยื่นเสนอพื้นที่โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฯ ดังกล่าว จำนวน 2 รายประกอบด้วย

  1. บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) เสนอพื้นที่โครงการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) จ.ระยอง พื้นทีประมาณ 500 ไร่ ที่ตั้งบริเวณต.หนองบัว และ ต.บางบุตร
  2. บริษัท จัดสรรปันส่วน จำกัด เสนอพื้นที่ประมาณ 586 ไร่ บริเวณถนนบางนาตราด กิโลเมตรที่ 54 ฝั่งขาเข้า ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี

   2.4 กนอ. พิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เสนอพื้นที่โครงการ เพื่อดำเนินการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มทางด้านพลาสติก คือ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

3. ความคืบหน้าโครงการ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 คณะกรรมการ กนอ. มีมติรับทราบผลการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมดำเนินงานโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มทางด้านพลาสติก (Plastic Park) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยอง พื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และให้บริษัทฯ จัด zoning การใช้ประโยชน์พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวเพื่อรองรับ Cluster อุตสาหกรรมพลาสติก


Web Design By it solutions