นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ
พิมพ์
 

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและพลังงาน

กนอ. มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ในการสร้างฐานการผลิตควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยยึดมั่นหลักการ นิคมอุตสาหกรรมไทยใสสะอาด มาตรฐานสากล เกื้อหนุนชุมชน  ดังนั้น กนอ. จึงมุ่งมั่นดำเนินงานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ตลอดจนยกระดับการดำเินินงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้บรรรลุเจตจำนงดังกล่าว กนอ.จะดำเนินการดังต่อไปนี้

  • พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรม และการกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม ให้ปฏิบัตตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนด และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงานอย่าเคร่งครัด
  • พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม โดยมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและชุมชน ในระดับที่ยอมรับได้
  • เน้นการป้องกัน รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ติดตามตรวจสอบ และปรับปรุงระบบสาธารธูปโภค สาธารณูปการ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงาน ที่มีประสิทธิภาพภายใต้แนวทาง Clean & Green อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรม
  • มุ่งเสริมสร้างบุคลากรของ กนอ. ให้มีความรู้และสรรสร้างในคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและพลังงาน
  • ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรม ชุมชน และองค์กรต่างๆ เพื่อการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การป้องกันและการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการอนุรักษ์การใช้พลังงาน
 

แนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงาน

กนอ. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงานของนิคมอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง โดยได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยและพลังงานในนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรมเพื่อกำกับและควบคุมการพัฒนาจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้

>> 1. ระยะพัฒนาโครงการ (Development Period)
ในการพัฒนาโครงการเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม กนอ. ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานด้วยความตระหนัก ในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการยอมรับจากชุมชน โดยมีการเตรียมการเพื่อป้องกันและ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีมาตรการเพื่อแก้ไขและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ก่อนเริ่ม โครงการ สรุปได้ดังต่อไปนี้

1.1 การเลือกพื้นที่ (Site Selection)
โดยมีการสำรวจและพิจารณาความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล่้อมเบื้องต้นดังนี้
- สภาพภูมิประเทศทั่วไป
- แหล่งรองรับน้ำทิ้ง / แหล่งน้ำใช้
- คุณภาพอากาศและระดับเสียง
- ชุมชนบริเวณใกล้เคีัยงโครงการ

1.2 การจัดทำแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
- โรงงานที่มีน้ำเสียประเภทเดียวกันอยู่บริเวณเดียวกัน
- โรงงานที่ไม่มีมลภาวะตั้งอยู่บริเวณรอบนอกนิคมอุตสาหกรรม หรือติดกับชุมชน
- กำหนดที่ตั้งโรงงานที่มีผลกระทบด้านกลิ่น / อากาศ โดยคำนึงเรื่องทิศทางลม
- จัดให้มีระบบกำจัดของเสียอยู่ส่วนในของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
- นำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุด
- กำหนดพื้นที่สีเขียวอย่างน้อยร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด
- กำหนดให้มีพื้นที่แนวกันชนรอบนิคมอุตสาหกรรม
- คำนึงถึงด้านภูมิสถาปัตย์ / ความเป็นเอกลักษณ์กลมกลืนกับท้องถิ่น (Unique)

1.3 การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment; EIA) ทำการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินโครงการเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโครงการทั้งในระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการ

1.4 การออกแบบรายละเอียดโครงการ (Detail Design) ในการออกแบบรายละเอียดโครงการ กนอ. ได้กำหนดให้ โครงการนำข้อมูลจากการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) และรายงาน EIA มาใช้ประกอบในการออกแบบ และก่อสร้างระบบผ้องกันมลพิษที่ได้มาตรฐาน ประกอบด้วย
- ระบบท่อรวมน้ำเสีย
- ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง
- ระบบบริหารจัดการมูลผอลและกากอุตสาหกรรม

 
>> 2. ระยะก่อสร้างโครงการ (Construction Period)
กนอ. กำกับและควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบที่เสนอไว้ รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการลดผล กระทบและติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมระหว่างการก่อสร้าง ตามรายงาน EIA
>> 3. ระยะดำเนินการ (Opeartion Period)

-กำกับและควบคุมนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานให้ดำเนินการตามกฎหมายและจ้อกำหนดต่างๆ ทั้งในสภาวะปกติ และในสภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งในกรณีที่มีการร้องเรียน
- ติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรม / ท่าเรืออุตสาหกรรม อย่างสม่ำเสมอได้แก่ คุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ ระดับเสียง และกากอุตสาหกรรม ตามที่ได้เสนอในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกรณี ภาวะฉุกเฉินและมีการร้องเรียน
- ฟื้นฟู / แก้ไข และยกระดับมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรม
- ส่งเสริมและยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามีัย และพลังงาน ให้ได้มาตรฐานสากล โดยการนำระบบ ISO 14001 และ มอก.18000 ตลอดจนแนวคิดด้านเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) มาประยุกต์ใช้กับนิคมอุตสาหกรรม และโรงงาน
- ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานควบคุมดูแลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้าอย่างประหยัดเท่าที่จำเป็น พร้อมทั้งรณรงค์การใช้น้ำอย่าง รู้คุณค่าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้เป็นประโยชน์

นอกจากแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและพลังงาน ดังกล่าว กนอ. ได้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโดยนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของภาคเอกชนมาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้ กนอ. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นบทบาท กนอ. ในฐานะผู้กำกับดูแล (Regulator) และเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในฐานะผู้ให้บริการ (Service Provider) ซึ่งดำเนินการจนถึงปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้่
 
  • การร่วมดำเนินงานกับภาคเอกชนในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม
    ให้เอกชนลงทุนพัฒนาในที่ดินของตนเอง และ กนอ. เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้าง และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และพลังงาน ในนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน ข้อบังคับ และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ทำสํญญาให้เอกชนเช่าดำเนินการ
    กนอ. ทำสัญญาให้เอกชนเช่าดำเนินการ โดยเอกชนลงทุนจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ นอกเหนือจากเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ กนอ. มีอยู่
  • การให้สิทธิการดำเนินงานแก่ภาคเอกชน
    กนอ. ทำสัญญาให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พัฒนาก่อสร้าง ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โดยให้เอกชนได้รับผลประโยชน์ตอบแทน เป็นส่วนแบ่งจากรายได้ค่าบริการภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.
  • การร่วมลงทุนกับภาคเอกชน
    กนอ. ร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ เพื่อให้บริการแก่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
 
 
               แบบสำรวจความพึ งพอใจ