ข้อได้เปรียบการลงทุนในประเทศไทย

ที่ตั้งยุทธศาสตร์

ประเทศไทยมีแหล่งที่ตั้งยุทธศาสตร์ในใจกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประตูสู่อินโดจีน และสองประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลก คือ จีน และอินเดียไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของ อาเซียน (ASEAN) มีพรมแดนติดกับ 4 ประเทศของ 10 ประเทศสมาชิก และยังได้รับสิทธิประโยชน์จาก AFTA(ASEAN Free Trade Agreement) ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 500 ล้านคน

 

 

ความมั่นคงทางการเมืองและสังคม

ประเทศ ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีรัฐบาลมจากการเลือกตั้งโดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และสามารถตรวจสอบได้ในส่วนของการลงทุนจากภาคเอกชนรัฐบาลไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเล็งเห็นว่าภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการนำความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาสู่ประเทศ จึงให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกกับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นอย่างดี

 

ระบบโครงสร้างพื้นฐาน

 

ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคประเทศไทยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีสำหรับนักลงทุนต่าง ชาติ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของประเทศ สะดวกรวดเร็วด้วยเส้นทางคมนาคมขนส่งทางบก ที่เชื่อมต่อกับระบบคมนาคมขนส่งทางอากาศและทางน้ำ นอกจากนี้ระบบขนส่งและคมนาคมยังเชื่อมต่อภาคเหนือจรดใต้ ภาคตะวันออกถึงภาคตะวันตกและเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ทางถนน

ระยะทางรวม 469,016 กิโลเมตร
ถนนคอนกรีตและลาดยาง 315,665 กิโลเมตร
ถนนลูกรัง 153,351 กิโลเมตร

ทางน้ำ

ท่าเรือระหว่างประเทศ 6 ท่า
ท่าเรือแหลมฉบัง 7.7 ล้านทีอียู/ปี

ทางรถไฟ

ทางเดี่ยว 3,763 กิโลเมตร
ทางคู่และทางสาม 280 กิโลเมตร

ทางอากาศ

ท่าอากาศยาน 38 แห่ง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 45 ล้านคน/ปี
ท่าอากาศยานดอนเมือง 18.5 ล้านคน/ปี
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าให้สามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงทั่วประเทศทั้ง รถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน รวมถึงเทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัย เอื้ออำนวยต่อการลงทุนทางธุรกิจ

   

แรงงาน

 ประเทศไทยมีแรงงานกลุ่มใหญ่ที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล มีความโดดเด่นทางด้านแรงงานที่สามารถนำมาฝึกอบรมได้ ปรับตัวได้ดี และสามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี ด้วยการให้บริการด้วยรอยยิ้ม และไมตรีจิตซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทยส่วนใหญ่ ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงาน จำนวนประมาณ 39 ล้านคน

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2556

 

 

การจัดอันดับความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจประเทศไทย

รายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business 2015) จัดทำโดยกลุ่มธนาคารโลกจัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 28 จากประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เนื่องจากประเทศไทยได้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจในปีที่ผ่านมา

สำหรับปีล่าสุดนี้ รายงานได้จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นที่ 1 ของโลกที่มีสะดวกในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีอีก 10 ประเทศที่มีสภาพแวดล้อมด้านกฏระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจได้แก่ นิวซีแลนด์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จีน เดนมาร์ก เกาหลีใต้ นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ และ ออสเตรเลีย

 

ที่มา : http://www.doingbusiness.org/ 


streaming content By iptv