Government Policy Implementation

การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบกำหนดพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษรวมทั้งสิ้น 10 พื้นที่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกดำเนินการในปี 2558 จำนวน 6 พื้นที่ และระยะที่สองดำเนินการในปี 2559 จำนวน 4 พื้นที่ โดยมีที่ตั้งขอบเขตและจำนวนพื้นที่สรุปได้ดังนี้

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก

ลำดับที่

จังหวัด

พื้นที่

เนื้อที่

1

ตาก

อ.แม่สอด, อ.พบพระ, และ อ.แม่ระมาด (14 ตำบล)

1,419 ตร.กม. (886,847 ไร่)

2

สงขลา

อ.สะเดา (4 ตำบล)

552.3 ตร.กม.

(345,187 ไร่)

3

มุกดาหาร

อ.เมือง, อ.หว้านใหญ่, อ.ดอนตาล (11 ตำบล)

578.5 ตร.กม.

(361,542 ไร่)

4

สระแก้ว

อ.อรัญประเทศ, อ.วัฒนานคร (3 ตำบล)

332 ตร.กม.

(207,500 ไร่)

5

ตราด

อ.คลองใหญ่ (3 ตำบล)

50.2 ตร.กม.

(31,375 ไร่)

6

หนองคาย

อ.เมือง, อ.สระใคร (13 ตำบล)

473.67 ตร.กม.

(296,042 ไร่)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่สอง

7

นราธิวาส

อ.สุไหงโกลก, อ.ตากใบ, อ.แว้ง, อ.ยี่งอ, อ.เมือง (5 ตำบล)

235.17 ตร.กม.

(146,995.62 ไร่)

8

เชียงราย

อ.แม่สาย, อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ (๒๑ ตำบล)

1,526.63 ตร.กม.

(952,266.46 ไร่)

9

นครพนม

อ.เมือง, อ.ท่าอุเทน (๑๓ ตำบล)

794.79 ตร.กม.

(495,743.75 ไร่)

10

กาญจนบุรี

อ.เมือง (๒ ตำบล)

260.79 ตร.กม.

(162,993.75 ไร่)

 

ทั้งนี้ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative advantage) และมีศักยภาพ โดยการใช้โครงสร้างพื้นฐานเป็นเครื่องชี้นำในการพัฒนา (Infrastructure Led concept) ควบคู่กับการวางแผนในการพัฒนาอย่างเป็นระบบด้วยการให้สิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 กลยุทธ์การดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย

1) สร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เน้นบริเวณชายแดนสำหรับระยะแรก โดยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

2) สนับสนุน SMEs ไทยและการลงทุนต่อเนื่องของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน

3) จัดระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและสินค้าเกษตรลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน

วิธีดำเนินการ

ปี 2558 กนอ. ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเบื้องต้นโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะแรก 5 พื้นที่ (ตาก สงขลา มุกดาหาร ตราด และสระแก้ว) โดยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมทั้งในมิติกายภาพ (การจัดผังพื้นที่ การออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม) มิติการเงิน (การลงทุน ผลตอบแทน) มิติการจัดการ (รูปแบบการลงทุน การบริหารจัดการ) มิติการตลาด (การสนองตอบต่อนโยบายของภาครัฐและลูกค้า การรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย) เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการให้บรรลุตามยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์ของการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้วิธีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลระดับทุติยภูมิ มีขอบเขตของการศึกษาดังนี้

1) การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

2) การรวบรวม ศึกษา และวิเคราะห์ ข้อมูลนโยบาย แผนและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ สภาพข้อเท็จจริงทุกด้านของศักยภาพ โอกาส ข้อจำกัดทั้งหมดในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

3) การกำหนดประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ

4) การกำหนดขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรม การออกแบบนิคมอุตสาหกรรม ผังการใช้ที่ดิน

5) การวิเคราะห์มูลค่าการลงทุน การศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินและเศรษฐศาสตร์

6) การจัดสัมมนานำเสนอผลการศึกษา เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่สนใจของทั้ง 5 พื้นที่

การขอใช้พื้นที่ : โดยเช่าพื้นที่กับกรมธนารักษ์

ปี 2559 ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ (EIA)  การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการต่อการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ปี 2560 เริ่มพัฒนาโครงการ

ที่ตั้งโครงการ/พื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่ที่ศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก 5 พื้นที่ มีดังนี้

ลำดับที่

เขตพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด

ที่ตั้ง

เนื้อที่(ไร่)

ที่ดินในความครอบครอง

1

ตาก

ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด

862-2-83

กรมธนารักษ์

2

สงขลา

ต.สำนักขาม อ.สะเดา

1,121.53

กรมธนารักษ์

3

มุกดาหาร

ต.คำอาฮวน อ.เมือง

1,084.64

กรมธนารักษ์

4

สระแก้ว

ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ

660.56

กรมธนารักษ์

5

ตราด

ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่

888.68

กรมธนารักษ์

 

 

Rubber City Project

Project’s Background:

The Project is to serve the government policy in coping with recent slump price of latex and rubber products. In order to increase the demand for latex from important midstream to downstream industries, the Ministry of Industry has assigned the Industrial Estate Authority of Thailand (I-EA-T) to establish the Rubber City. Additionally, the value added products and process are aimed to be promoted through innovation. As a result, a mechanism of market will be functioning to drive up prices efficiently and sustainably.

Details of Project:

The Rubber City is located in Phase 2/2 and 3 of Southern Industrial Estate (Tambon Chalung, Amphor Hadyai, Songkhla province). The size is 1,218 rai (487.20 acres). It is to serve as the hub or cluster for rubber products, from midstream to downstream industries, such as rubber innovations, concentrated latex, compound rubbers, and other related downstream industries. The 438 rai (175.20 acres) of “premium zone” is for the “clean” general industries or other rubber-related industries, whereas the 779 rai (311.60 acres) is for midstream and downstream rubber industries. The land of Rubber City is currently being developed and expected to complete in the year 2017.

Benefits to Investors:

The Rubber City is the business opportunity for Thai and overseas investors as the southern Thailand is the home of country’s latex plantations, with over 70% of national gross latex supply. The location also has a complete infrastructure for exportation – inlands, waterways, and airways. Moreover, The Rubber City is designed with architectural and engineering prospective in landscape, infrastructure, service, and management to support industry in term of “cluster”, especially for midstream and downstream rubber industries. Thus, investors can be confident on their business as the Rubber City is ready to deliver and meet the needs of investors and market.


Enter site Rubber City Industrial Estate 




สถาบันเครือข่าย