กนอ.แจงข้อเท็จจริงโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตบริเวณพื้นที่แหลมฉบัง

กนอ.แจงข้อเท็จจริงโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตบริเวณพื้นที่แหลมฉบัง

จากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ได้เผยแพร่ข่าว กรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ “กรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นข้อเสนอที่จะลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าเรือ-โรงงานปิโตรเคมี มูลค่า 3.3 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าภาครัฐจะต้องจัดหาพื้นที่ให้ในรัศมี 5 กม.จากโรงกลั่นเอสโซ่แหลมฉบัง ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) มีแผนจะถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบังเพื่อรองรับท่าเรือและโรงงานดังกล่าว จำนวน 1-3 พันไร่ โดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เห็นว่าการถมทะเลเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ กล่าว คือ 1. การถมทะเลเพื่อประกอบกิจการท่าเรือ-โรงงานปิโตรเคมี เป็นเพียงอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกในอุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ตามนโยบายของ EEC ที่ต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง..ในการสร้างนวัตกรรมหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงขัดหรือแย้งต่อ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561”
2. การถมทะเลจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชยฝั่งรวมทั้งผลกระทบต่อวิถีทางการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวของชุมชนในบริเวณทะเลแหลมฉบัง อ่าวอุดม เกาะสีชัง และอาจส่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติตามมาเพราะท่าเรือสามารถปรับใช้เป็นฐานยิงขีปนาวุธได้ และเป็นฐานสอดแนมข่าวกรองสารสนเทศในพื้นที่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นพื้นที่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหารที่มีขอบเขตตลอดทั้งอ่าวไทยและทะเลจีนใต้รวมถึงฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งหมดด้วย 
3. การถมทะเลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทต่างชาติอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิการจัดการ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามกฏหมายไทยได้ อันเป็นการขัดต่อ ม.43(2) ประกอบ ม.50(2)(8) โดยชัดแจ้ง นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของรัฐตาม ม.52 ม.53 ม.57 และ ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 อีกด้วย
ในการนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการลงทุน ในการศึกษาความเหมาะสมด้านเทคนิค (Preliminary Technical Feasibility Study) และการจัดทำแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณแหลมฉบังให้เป็นพื้นที่สำหรับรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งจะครอบคลุมถึงปัจจัยผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมกับทำเลที่ตั้ง 
ทั้งนี้จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยต้องให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อประกอบการพิจารณาการวางแผนการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบรอบด้าน และเป็นไปตามข้อกำหนด กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 ประเภท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยจะต้องใช้หลักเกณฑ์การออกแบบและการบริหารจัดการตามแนวคิดอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ รวมถึงต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข และมาตรการการติดตามตรวจสอบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเสนอคณะกรรมการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตลอดจนคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบดำเนินโครงการตามกฎหมาย ก่อนการดำเนินโครงการต่อไป



IT Trends