คุณกำลังมองหาอะไร?
ขนาดตัวอักษร Icon Icon
Icon
ความตัดกันของสี Icon
Icon
Icon
“มาบตาพุด เฟส 3” พร้อมเดินหน้า 2 กองทุนฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

ยอดการเปิดอ่าน 480 ครั้ง

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อ 29 เมษายนที่ผ่านมา มีกลุ่มเรือประมงพื้นบ้าน อ.เมือง จ.ระยอง จำนวนกว่า 400 ลำ เข้ายื่นหนังสือถึงภาครัฐให้ทราบถึงความเดือดร้อนจากโครงการถมทะเลชายฝั่งและต้องได้รับการเยียวยา กนอ.ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมกับชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านที่มีความกังวลว่าการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของตนเอง ซึ่งในข้อเท็จจริงการดำเนินงานของ กนอ.จะดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยระหว่างการก่อสร้างโครงการฯ ได้จัดให้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งส่งเสริมด้านอาชีพ การศึกษา การอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น 

 

ทั้งนี้ กนอ.ได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับการติดตามตรวจสอบและการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (คณะกรรมการไตรภาคี) ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ สถาบันวิชาการ รวมถึงชุมชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กองทุน คือ 1) กองทุนหลักประกันความเสียหายฉุกเฉิน เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายในการเยียวยาความเสียหายโดยเร็ว โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการกองทุน ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และให้คณะกรรมการประชุมก่อนกำหนดเพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด 2) กองทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบรรเทาความเสียหายเบื้องต้นจากผลกระทบที่มีสาเหตุมาจากโครงการ โดยที่การดำเนินงานของทั้งสองกองทุนเป็นไปตามข้อกำหนดของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการกิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental Health Impact Assessment: EHIA)

 

“การมายื่นหนังสือของชาวประมงเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ชัดเจนว่าทางกลุ่มฯที่มายื่นไม่ได้มีเป้าประสงค์ในการขัดขวางหรือประท้วงไม่ให้มีการถมทะเล เพียงต้องการให้ภาครัฐหันมาพิจารณาดูแลชาวประมงพื้นบ้านระยอง ที่อาจได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ ชาวประมงที่เข้ามายื่นหนังสือต้องการให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือแบบเดียวกับที่ทางท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ดำเนินการ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่าง เราจะต้องพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป”นายวีริศ กล่าว

 

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด ได้เข้าร่วมทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และสินค้าเหลว ในปริมาณ 16 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย เป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือเฉพาะกิจ จำนวน 9 ราย และผู้ให้บริการท่าเทียบเรือสาธารณะ จำนวน 3 ราย โดยปัจจุบันมีการใช้งานใกล้เต็มศักยภาพแล้วจึงมีความจำเป็นต้องขยายท่าเรือ เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Icon
16
02.2569
การบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

กนอ. จัดการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

Icon
6
0
Icon
13
02.2569
กนอ. รับแรงหนุนธนาคารโลกทุ่ม 100 ล้านดอลลาร์ฯ ปั้นนิคมฯ คาร์บอนต่ำ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมคาร์บอนต่ำ ขานรับนโยบายรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ดึงงบสนับสนุนจากธนาคารโลกปฏิรูปนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงของประเทศไทย

Icon
56
0
Icon
12
02.2569
กิจกรรม Factory & Partner Visit ประจำปีงบประมาณ 2569

กนอ. จัดกิจกรรม Factory & Partner Visit ประจำปีงบประมาณ 2569

Icon
14
0
Icon
10
02.2569
กนอ. เชิดชู 201 โรงงานต้นแบบมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมปี’68 ย้ำเกณฑ์เข้ม 5 มิติ มุ่งเป้า Net Zero และอุตสาหกรรมยั่งยืน

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศผลรางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมปี 2568 เชิดชู 201 โรงงานต้นแบบที่ผ่านการประเมินเข้ม 5 มิติ พร้อมโชว์ศักยภาพ 53 โรงงานยอดเยี่ยมคว้า “ธงขาวดาวทอง” รักษามาตรฐานดีเยี่ยมต่อเนื่องถึง 6 ปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนภาคผลิตไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

Icon
106
4
Border