ท่าเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2

ท่าเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2

“ท่าเรือมาบตาพุด (Maptaphut Industrial Terminal)” หรือ “ท่าเรือ MIT” ตั้งอยู่ที่ตำบลมาบตาพุดจังหวัดระยอง ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล โดยมีความยาวหน้าท่าประมาณ 1,000 เมตรความลึกหน้าท่า 12.5 เมตร สามารถให้บริการรองรับเรือสินค้าเทกอง ได้สูงสุด 60.000 ตัน มีท่าเทียบเรือทั้งหมด 4 ท่า เพื่อรองรับการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ และจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(Eastern Economics Corridor : EEC) ให้สอดรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน ท่าเรือ MIT ยินดีที่จะให้ความร่วมมือระหว่างที่เรือของท่านเข้ามาเทียบท่าของเรา และใคร่ขอให้ท่านตระหนักเรื่องความปลอดภัย (MIT is safety berth) จะมีการปรับปรุงข้อมูลเป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

1. ข้อมูลทั่วไป

1.1 บททั่วไป
“ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด Maptaphut Industrial Terminal (MIT)” ท่าขนถ่ายนี้เป็นของรัฐวิสาหกิจภายใต้การก ากับดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งตั้งอยู่ที่
ชายฝั่งอ่าวไทยทางภาคตะวันออก ห่างจากกรุงเทพประมาณ 220 กม. (ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง) บริเวณตำแหน่งของท่าเทียบเรือคือแลตติจูด 12’ 40.20 เหนือ ลองติจูด 101’ 08.50 ตะวันออก
ท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าทางทะเลนี้ได้ก าหนดไว้เบื้องต้นเป็น 4 ท่า มีความยาว 1,024 เมตร เพื่อการนำเข้าส่งออกและการขนถ่ายสินค้าเทกอง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามขนาดและความยาว
ของเรือ

1.2 ที่อยู่อย่างเป็นทางการ
ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด Maptaphut Industrial Terminal (MIT)
ถนนไอ เจ็ด นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ต.มาบตาพุด อ.เมือง จังหวัดระยอง
โทรศัพท์ : 038 029 394
โทรสาร : 038 029 395
Email : mit.terminal@gmail.com

1.3 หลักเกณฑ์ในการรับเรือเข้าเทียบท่า
ท่าขนถ่ายสินค้าท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ประกอบด้วยท่าเทียบเรือ 4 ท่า

1.4 การนำร่อง
เจ้าพนักงานน าร่องได้รับคำสั่งในการน าเรือเข้าหรือออกซึ่งร้องขอโดยตัวแทนเรือ โดยสถานีนำร่องมาบตาพุดจะใช้สัญญาณวิทยุ VHF ช่อง 16 และเมื่อรับนำร่องขึ้นเรือแล้วจะใช้สัญญาณวิทยุ VHF
ช่อง 13 ในการปฏิบัติงานนำเรือเข้าเทียบท่า

1.5 ระดับน้ำ
HAT + 3.50 ม. (หมายถึงน้้ำขึ้นสูงสุดตามหลักดาราศาสตร์)
MHHW + 3.00 ม. (หมายถึงระดับน้้ำขึ้นเต็มที่ยอดสูงโดยเฉลี่ย)
MHW + 2.80 ม. (หมายถึงน้้ำขึ้นเต็มที่โดยเฉลี่ย)
MSL + 2.20 ม. (หมายถึงระดับน้้ำทะเลปานกลาง)
MLLW + 1.40 ม. (หมายถึงระดับน้้ำลงเต็มที่ยอดต่ำโดยเฉลี่ย)
LAT + 0.50 ม. (หมายถึงน้้ำลงต่่ำสุดตามหลักดาราศาสตร์

1.6 กระแสน้้ำขึ้นลง
- ไหลผ่านจากตะวันออกไปตะวันตกในช่วงน้ำขึ้นด้วยอัตราความเร็วด้วยประมาน 0.16 ม./วินาที และอัตราความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 0.43 ม./วินาที
- ไหลผ่านจากตะวันตกไปตะวันออกในช่วงน้ำลงโดยอัตราความเร็วโดยประมาณ 0.13 ม./วินาที และอัตราความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 0.23 ม./วินาที
อัตราความเร็วของกระแสน้้ำขึ้นลงไม่มีผลในทางลบกับเรือที่จะเข้าท่า หรือเรือที่จอดเทียบท่าในทางตรงกันข้ามจะช่วยในการเข้าท่าหรือเทียบท่า ขณะที่ทิศทางของกระแสน้ำไหลผ่านท่าขนถ่ายด้านในลักษณะเกือบจะเป็นแนวขนาน

1.7 คลื่น
คลื่นที่กระแสลมพัดพามา ณ ท่าเทียบเรือพัดมาจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นสูงสุดสูง 2.8 ม. ในช่วงระยะเวลา 8 วินาที

1.8 ทิศทางของลม
- พัดจากทิศใต้ประมาณระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงพฤษภาคม
- พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน
- พัดจากทิศเหนือประมาณระหว่างเดือนตุลาคม ถึงมกราคม
- ความเร็วของลมประมาณระหว่างแต่ละเดือนโดยประมาณ 13.9 กม./ชม. หรือ 3.9 ม./วินาที
- ไต้ฝุ่นอาจจะเกิดได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ลมพัดแรงมากกว่า 10 ม./วินาที หรือการเกิดพายุก็เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักเช่นเดียวกัน

1.9 ความลึกของน้้ำ
เรือที่จะเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่าจะมีขนาดระดับกินน้ำลึกสูงสุด 12.5 ม. ระดับกินน้ำลึกของเรือนี้สัมพันธ์กับความลึกหน้าท่า ซึ่งมีความลึก 12.5 ม. ตามตารางสถิติ (LLW น้้ำลงต่่ำกว่าระดับน้้ำลง) ความลึกที่เหลือไว้เพื่อเป็นที่ว่างสำหรับกระดุกงู คือ 0.6 ม. ผู้ควบคุมเรือควรจะต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของท่าเรือเรื่องระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับกระดูกงู ข้อจำกัดของเรือที่จะเทียบท่า และเงื่อนไขของระดับน้ำขึ้น-ลงก่อนที่จะนำเรือเข้าเทียบท่า

1.10 เรือลากจูง
บริการเรือลากจูงดำเนินการโดยตัวแทนของบริษัทเรือ จำนวนเรือลากจูงที่ว่าจ้างจะขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของเรือและสภาพอากาศ ในสถาณการณ์ปกติ จะใช้เรือลากจูงหนึ่งลำกับเรือที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 110 เมตร และใช้เรือลากจูงที่มีขนาดความ ยาวมากกว่า 110 - 213 เมตร และเรือลากจูงสามลำสำหรับเรือที่มีความยาวตั้งแต่ 213 เมตรขึ้น ไป และในช่วงที่มีมรสุม จะต้องมีเรือลากจูงอย่างน้อยหนึ่งลำอยู่พร้อมปฏิบัติการในบริเวณใกล้เคียง ตลอดเวลาขณะที่เรือเทียบท่า

1.11 ทีมรับเชือก
ทีมรับเชือกที่ดำเนินการปล่อยเชือกเรือและรับเชือกไปคล้องหลักผูกเรือ จะเป็นการดำเนินการโดย ตัวแทนบริษัทเรือ หรือตัวแทนของท่าเรือ

2. ข้อห้าม/สิ่งที่จำเป็นต้องมีของเรือ
2.1 เรื่องต้องถูกตรวจสอบและตรวจรับโดยท่าเรือ MIT

2.2 เรือจะต้องแจ้งผ่านตัวแทนบริษัทเรือที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดล่วงหน้าทาง e-mail ที่ mit.terminal@gmail.com เพื่อขออนุมัติเข้าเทียบท่าล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ ซึ่งข้อมูลจะ
ประกอบไปด้วย
(1) ชื่อเรือและนามเรียกขานของเรือ
(2) เวลาที่คาดว่าจะมาถึงท่าเรือมาบตาพุด
(3) คุณลักษณะของเรือ
(4) รายละเอียดของสินค้า
(5) รายชื่อคนประจำเรือ

2.3 เรือจะต้องมีสภาพพร้อมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับปฏิบัติงานสินค้าก่อนเข้าเทียบท่า

2.4 เรือจะต้องปฏิบัติตามกฏข้อบังคับในการควบคุมและการร้องขอบริการนำร่องอย่างเป็นทางการทางการรวมถึงการปฏิบัติตามกฏและระเบียบของพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

3. ข้อมูลการนำเรือเข้าเทียบท่า
เครื่องกันกระแทกและโครงสร้างกันกระแทกของท่าเทียบเรือได้รับการออกแบบมาให้รองรับงานในระดับปกติด้วยแรงกระแทกของเรือที่เข้ามาเทียบท่าที่มีความแรงสูงสุด 25 ซม./วินาที และเกือบจะขนานกับท่า ท่าเรือ MITได้รับการออกแบบให้รับเรือขนาด 6,000-60,000 DWT ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ของท่าเรือเรื่องระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับขนาดของเรือฉบับล่าสุดด้วย

4. การนำเรือเข้าเทียบท่าและสาธารณูปการขนถ่าย
4.1 ขั้นตอนการนำเรือเข้าเทียบท่า
(1) อนุญาตให้นำเรือเข้าเทียบท่า/ออกจากท่าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้นำร่องจะขึ้นเรือ ณ ที่จอดเรือทอดสมอและช่วยควบคุมเรือเข้าเทียบท่า
(2) จะใช้เรือลากจูงหนึ่งหรือสองลำที่มีกำลังพอเหมาะ (โปรดดูหัวข้อ 1.10) เข้าช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า/ออกจากท่า เรือลากจูงจะอยู่เตรียมพร้อมในบริเวณใกล้เคียง และพร้อมที่จะรับ คำสั่งของกัปตันเรือหรือคำสั่งของผู้ควบคุมการขนถ่ายในกรณีที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
(3) จะใช้เรือรับเชือกหนึ่งหรือสองลำในการส่งเชือกเข้าฝั่ง

ประกาศสำคัญ
(1) อุปกรณ์และเชือกดึงเรือเข้าผูกหลักต้องอยู่ในสภาพใช้งานที่ดี
(2) ห้ามใช้ปลายเชือกที่ไม่ได้เชื่อต่ออย่างเหมาะสม หรือมีรอยต่อ
(3) ในบางครั้งสามารถใช้เชือกเรือหลายเส้นดึงเรือปนกันได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ในทิศเดียวกันหรือจุดเดียวกัน
(4) ขณะที่ควบคุมเรือเข้าเทียบท่า MIT สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ เครื่องยนต์ของเรือจะต้องทำงาน ทันทีอย่างถูกต้อง ขอแนะนำว่าให้ทดสอบเครื่องยนต์ก่อนที่จะเข้าเทียบท่า
(5) จะต้องมีบุคลากรที่เพียงพอคอยดูแลกรณีฉุกเฉินบนเรือตลอดเวลาที่เรือจอดเทียบท่า
(6) ขณะที่จอดเทียบท่า หม้อไอน้ำและเครื่องยนต์หลัก หางเสือ และอุปกรณ์อื่นที่ขับเคลื่อนออกจากท่าได้เมื่อได้รับการแจ้งเตือนในระยะเวลาอันสั้น
(7) เรือทุกลำขณะที่จอดอยู่ที่ท่า MIT ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของท่าอย่างเคร่งครัด

4.2 ระบบป้องกันสนิม
ถ้าติดตั้งระบบป้องกันสนิม จะต้องปิดระบบอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนที่จะน าเรือเข้าเทียบท่า

5. การคำนวนสินค้า ขั้นตอนการทำงานและการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน
5.1 การคำนวนสินค้า
นายเรือจะทำการคำนวนปริมาณ ไปพร้อมๆ กับการติดตั้งอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า ในขั้นตอนการคำนวณจะมีนายเรือและเซอร์เวเยอร์ร่วมกันคำนวณ โดยส่งผลที่ได้สำแดงต่อศุลกากรต่อไป

5.2 รายการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและมลภาวะ
รายการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของเรือและมลภาวะ จะร่วมกันดำเนินการระหว่าง ตัวแทนของเรือกับตัวแทนของท่าเรือให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการขนถ่ายสินค้า นายท่าผู้ควบคุมท่าเรือหรือ
ผู้แทนจะรับผิดชอบประสานงานด้านการดำเนินการระหว่างเรือกับท่าเรือ

5.3 สิ่งที่การขนถ่ายสินค้าจำเป็นต้องมีและข้อห้ามการปฏิบัติการข้อกำหนดดังต่อไปนี้ต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดระหว่างขนถ่ายสินค้าทีท่าเรือ MIT
(1) ต้องมั่นใจว่าไม่มีน้้ำถูกปั้มเข้าไปในท่อขึ้นฝั่งและจะต้องปิดวาล์วดูดน้้ำทะเลของเรือทุกลำก่อนที่ จะทำการขนถ่าย
(2) ไม่อนุญาตให้เรือที่มีน้้ำอับเฉาสกปรกเข้าทำการขนถ่าย อย่างไรก็ตามอาจจะมีการใช้ถังน้้ำอับเฉาเรือแยกต่างหาก
(3) ห้ามปล่อยน้ำอับเฉาจากเรือลงในทะเลบริเวณท่าเรือโดยเด็ดขาด
(4) เงื่อนไขของการรับเชือกเรือเข้าคล้องหลักผูกเรือ
- เป็นความรับผิดชอบของเรือในการดูแลเชือกผูกเรือให้ปลอดภัย ขณะเทียบท่าตลอดเวลา
- ความตึงของเชือกที่ผูกเรือจะต้องตึงและต้องผูกแน่นตามที่นายท่าเห็นสมควร
- ในกรณีที่นายท่าเห็นว่าเชือกที่ผูกไว้ไม่ปลอดภัย หรือโดยสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันจำเป็นต้องใช้เรือลากจูงเข้าช่วยเหลือตามที่นายท่าเห็นสมควร ภาระค่าใช้จ่ายของการใช้เรือลากจูงจะเป็นของเจ้าของเรือ
5.4 กรณีฉุกเฉิน
(1) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้บนเรือจะต้องหยุดขนถ่ายทันที จะมีสัญญาณเตือนแจ้งท่าขนถ่ายเพื่อให้ท่าขนถ่ายช่วยในการย้ายเรือออกจากท่า
(2) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้บนฝั่ง
- ให้หยุดการขนและถ่ายสินค้าขึ้นหรือลงเรือ และ/หรือการถ่วงเรือทันที
- ปิดช่องทางเข้าทุกอย่างที่เปิดอยู่และปิดฝาระวางทันที
- เตรียมเรือให้พร้อมที่จะออกจากท่าโดยทันที
- คอยคำสั่งการจากนายท่า
(3) การหลบภัยในกรณีฉุกเฉิน
- เรือชูชีพบนเรือจะต้องจัดเตรียมให้พร้อมเพื่อนำลงหนีภัยฉุกเฉินได้ทันที
- บันไดเรือต้องเตรียมพร้อมหรือยู่ในตำแหน่งหันด้านข้างออกไปนอกเรือเพื่อนำลงหนีภัยได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน

6. ข้อบังคับด้านความปลอดภัย
เรือจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับดังต่อไปนี้อย่างเคร่งเครัดขณะที่เรือเทียบท่า
6.1 ห้ามสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่สามารถกระทำได้เฉพาะในสถานที่ที่ระบุโดยผู้ควบคุมการขนถ่ายห้ามสูบบุหรี่นอกเขตที กำหนดไว้อย่างเด็ดขาด ห้ามไม่โยนกันบุหรี่ข้ามเรือไปในท่าเรือ ห้ามมิให้พกไม้ขีดไฟหรือไฟแช็คบน
ดาดฟ้าเรือ

6.2 การใช้ครัวของเรือ
หากผู้ควบคุมเรือและนายท่าพิจารณาร่วมกันตรวจสอบว่าสามารถปรุงอาหารได้ปลอดภัย นายท่าจะอนุญาตให้ใช้งานได้

6.3 พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายเรือออกจากท่า
ขณะที่เรือจอดเรือเทียบท่า เครื่องยนต์หลักหรือเครื่องช่วยอื่นๆ ที่สำคัญต่อการเคลื่อนย้ายเรือต้องอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อมเพื่อที่จะสามารถเคลื่อนย้ายเรือออกจากท่าหากได้รับการแจ้งด้วยเวลาอัน
สั้น ไม่อนุญาตให้มีการซ่อมแซมใด ๆ เกิดขึ้น ในกรณีที่ได้รับการแจ้งย้าย หากจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมหรือทำการยกเครื่องยนต์หลัก หรือเครื่องช่วยอื่น ๆ จะต้องดำเนินการ ณ ที่ทอดสมอเรือ
หรือไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการขนถ่าย

6.4 อุปกรณ์ดับเพลิงของเรือ
อุปกรณ์ดับเพลิงบนเรือต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาพร้อมด้วยคนบนเรือ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

6.5 การควบคุมดูแลความปลอดภัย
(1) ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับการอนุญาต รวมทั้งพ่อค้าท้องถิ่นขึ้นบนเรือขณะที่เรือจอดที่ท่า MIT การไม่ปฏิบัติตามกฎในข้อนี้ถือว่าละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัยอย่าง
รุนแรง และการทำการขนถ่ายจะต้องเลื่อนออกไป เวลาที่สูญเสียไปอยู่ในความรับผิดชอบของเรือ บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานท่าเรืออุตสาหกรรม
ตัวแทนของบริษัทเรือและผู้รับเหมาจะต้องติดบัตรแสดงตัวที่ออกให้โดยท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดตลอดเวลา
(2) รายชื่อลูกเรือ (รวมทั้งรายชื่อผู้หญิงที่มากับเรือ) จะต้องยื่นให้ผู้ดูแลท่าทันทีที่เรือมาถึง เพื่อเป็นการป้องกันความไม่สะดวกหากลูกเรือประสงค์จะออกหรือเข้าท่าเรือ ห้ามสตรีเข้าท่าเรือแต่ใน
กรณีที่ลูกเรือเป็นเพศหญิง หรือเป็นภรรยาของลูกเรือก็จะได้รับการอนุญาตให้เข้าได้หากถือบัตรที่ลงนามโดยกัปตันเรือและลงนามก ากับโดยตัวแทนบริษัทเรือ ซึ่งจะต้องมีการประสานงานกัน
ระหว่างกัปตันเรือกับตัวแทนบริษัทเรือเพื่อเหตุผลในด้านความปลอดภัย
(3) บันไดขึ้นลงเรือจะต้องมีรูปแบบมาตรฐานที่ผ่านการรับรองมาแล้วเพื่อใช้เป็นทางเดินเข้าเรือโดยมีความลาดชันที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยและจะต้องมีคนประจำเรือเฝ้าประจำจุดขึ้น
ลง ตลอดเวลาที่เรืออยู่ในท่าและจะต้องติดป้ายซึ่งมีข้อความดังนี้
“ ห้ามเข้า เว้นแต่มีกิจธุระ”
“ ห้ามสูบบุรี่ “

6.6 การควบคุมการทำงานบนเรือ
ขณะที่เรือจอดเทียบท่าจะต้องมีการสังเกตการณ์งานที่ทำบนเรืออย่างใกล้ชิด หากจะทำการซ่อมบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ใหม่จะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ควบคุมการขนถ่าย ซึ่งหมายรวมถึงงาน
ซ่อมแซมและเปลี่ยนอุปกรณ์ต่อไปนี้ด้วย
(1) งานที่ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์หลัก อุปกรณ์ดาดฟ้า / ไอน้ำ / หรือดับเพลิง
(2) ระบบก๊าซเฉื่อย
(3) อุปกรณ์ลำเลียงสินค้า อุปกรณ์ทำความสะอาดถังเก็บผลิตภัณฑ์
(4) อุปกรณ์ดึงเชือกคล้องหลักผูกเรือ
(5) งานใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวเนื่องกับการควบคุมความปลอดภัยของงานบนเรือหรือควบคุมวิทยุ
(6) งานที่เป็น HOT WORK ต่างๆ
โดยถือว่าเป็นความรับผิดชอบของกัปตันเรือที่จะต้องทำให้มั่นใจว่างานนั้นจะกระทำด้วยความปลอดภัย

7. การป้องกันมลภาวะทางทะเล
7.1 กัปตันเรือเป็นผู้รับผิดชอบเสมอว่าจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดถ่ายเทหรือตกลงในทะเล ในกรณีที่มีการขนถ่ายหรือตกหล่นจากเรือกัปตันจะต้องใช้มาตรการที่สมเหตุสมผลเก็บหรือเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ที่ตก
หล่นหรือทำให้ความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะและส่วนตัวหรือต่อผลประโยชน์ รวมทั้งชีวิตสัตว์ทะเลให้ลดน้อยลงหรือบรรเทาลงโดยทันที

7.2 ท่าเรือ MIT ขอสงวนสิทธิ์ในการใช้มาตรการใด ๆ ที่พิจารณาว่าจำเป็นต่อการเก็บหรือเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ที่ถ่ายเทหรือตกจากเรือ เพื่อลดหรือบรรเทาความเสี่ยงต่อทรัพย์สินสาธารณะและส่วนตัว
หรือต่อผลประโยชน์รวมทั้งชีวิตสัตว์ทะเล โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากกัปตันเรือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความเสียหายทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของเรือและต้องชำระคืนให้กับท่าเรือ

8. การเติมน้้ำมัน การเก็บและจัดเตรียมเสบียงอาหารของเรือ
8.1 ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับเติมน้ำมันบนท่าเรือ

8.2 การเติมน้้ำมัน การส่งเสบียงอาหารจะได้รับอนุญาตให้กระทำได้ระหว่างปฏิบัติการก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากนายท่าและกัปตันเรือ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1) ไม่กีดขวางทางเข้าท่าเรือ
2) เมื่อการขนถ่ายสินค้ายังคงได้รับการดูแลตามสมควร
3) ถังใส่น้้ำมัน สี แผ่นเหล็ก กระบอกสูบก๊าซ หรือชิ้นเหล็กหนัก ๆ อื่น ๆ ใดที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟควรวางบนยางหรือเสื่อที่เหมาะสม ไม่ควรวางบนดาดฟ้าเรือโดยตรง จะต้องไม่ลากหรือกลิ้งสิ่งของ
เหล่านี้ไปบนดาดฟ้า
4) ถ้าน้้ำมันหกจะต้องเช็ดน้้ำมันหรือโดยใช้วิธีที่ผู้แทนของ MIT เห็นชอบ ให้ใช้ถาดรองน้้ำมันหยดเสมอเมื่อท่อที่เชื่อมแตก และจะต้องไม่มีการล้างน้ ามันบนเรือ
5) มีเอกสารที่จะจ่ายชดเชยให้กับ MIT ในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้รับลงนามแล้ว
6) มีการกำหนดจุดที่เรือจะเก็บของในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ท่าเรือ
7) หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้างต้น MIT ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาตให้ทำการ

8.3 เรือเสบียง
ห้ามมิให้มีการส่งเสบียงโดยทางเรือในระหว่างจอดเทียบท่าโดยเด็ดขาด สามารถส่งได้ทางรถยนต์เท่านั้น

8.4 การอาบน้้ำและตกปลาไม่อนุญาตให้อาบน้ำและตกปลาที่ชานท่าและบริเวณใกล้เคียง หรือตกปลาบนเรือขณะที่เรือจอดอยู่